WorkAndTravel

มาต่อแล้วค่าาา หายไปหลายวันทีเดียว... 555
วันนี้ตามสัญญาค่ะ จะมาเล่าต่อเรื่องวีซ่า แต่ก่อนไปขอวีซ่าเราต้องไปสัมมภาษณ์งานก่อน เพิ่งนึกได้ว่าลืมเล่า 5555 เอามาแทรกเลยเนอะ
 
คงไม่สามารถจะใช้เป็นคู่มืออ้างอิงอะไรได้ แต่ก็พอใช้เป็นแนวทางได้นะคะ..
 
ลืมเล่าไปว่าก่อนสัมภาษณ์วีซ่าต้องสัมภาษณ์งานก่อน ของเราเป็นการสัมภาษณ์ผ่าน skype ค่ะ...
แล้วจำเอนทรี่ที่แล้วได้มั้ยคะ ที่เราเลือกงานเป็น Dunkin Dounuts ที่ Mechanisburg ... ปรากฏว่าเราไม่สามารถเดินทางได้ภายในวันที่ที่เค้ากำหนด ก็เลยต้องเปลี่ยนงานไปเป็น McDonald ที่ York แทน
เราก็โอเค.. ทำแมคก็ได้วะ แต่ค่าจ้างต่อชั่วโมงเค้าเขียนว่า 7.25$ เอง ที่อื่นๆได้ 7.50-8.00$
 
เรามีปัญหาเรื่องที่พักด้วยค่ะ คือทางอเมริกาบอกว่าที่พักเราอยู่เมืองHarrisburg ซึ่งเป็นเมืองใกล้ๆYork แต่เอเจนซี่บอกว่าจะจัดการให้ เราก็เลยไม่ได้สนใจมันมาก 
 
พอสัมภาษณ์งานก็ป่วนได้อีก... คือบ้านเราไม่มีกล้องเว็บแคม... แถมเน็ตก็กาก ก็เลยต้องไปยืมคอมพี่ที่อยู่อีกบ้าน เอเจนก็ตกลงวันนัดอะไรกันเรียบร้อย... คือเราต้องสัมภาษณ์กับคนที่อเมริกา (คือเอเจนที่อเมริกา) แต่เอเจนที่ไทยก็จะบอกว่าสัมภาษณ์กับนายจ้าง 5555+ ตอนแรกเราก็เข้าใจว่าเป็นนายจ้างจริงๆ แต่พอเวลาผ่านไป มาคิดๆดู... อีนี่มันไม่น่าจะเป็นนายจ้างหรอกมั้ง 55555+
 
แต่ในเอนทรี่นี้เราจะเรียกเค้าว่านายจ้างละกัน Foot in mouth
 
เอเจนซี่ให้เราแอดสไกป์ไปหานายจ้าง ซึ่งนัดว่าจะออนตอน2ทุ่มเวลาไทย เราก็ออนรอตั้งแต่ทุ่มนึงเลย เพราะเราเชื่อว่าฝรั่งเค้าตรงเวลา ปรากฏว่ารอถึง 3 ทุ่มยังไม่ออนเลย โทรหาเอเจนซี่ให้เค้าติดต่อด้วย ก็ยังไม่ได้ซักที... ปัญหาอยู่ที่ทางนู้นแหละ เรารอจน4ทุ่มก็ไม่เอาแล้วเพราะเสียเวลา เราเองก็ใกล้สอบแล้วด้วย เลยบอกเอเจนซี่ว่านัดเค้าใหม่แล้วกัน
 
รอบที่2 เอาอีกแล้วค่าา... นัด2ทุ่มเวลาไทย คราวนี้พ่อซื้อกล้องมาติดให้กะคอมที่บ้าน เพื่อที่จะได้ไม่ไปรบกวนพี่ซึ่งทำลังทำโปรเจ็คปริญญาโทอยู่ค่ะ แบบตอนนั้นเครียดมาก กลัวเน็ตแย่แล้วคุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วเค้าจะไม่รับเราทำงาน... สรุปคือกลัวอดไป 5555+

คราวนี้พิมพ์ข้อความไปทักเค้าก่อนด้วยนะ แต่เค้าไม่ตอบอะ... จน4ทุ่มก็ยังไม่ตอบ เลยงงว่าสรุปเน็ตใครแย่เนี่ย? หรือมันเกิดปัญหาตรงไหนกันแน่นะ? กว่าเค้าจะออนก็ช้าด้วย ตั้งสามทุ่ม = =;
คราวนี้เซ็งมากเพราะเราแทนที่จะได้อ่านหนังสือสงบๆก็ต้องมาดูคอมบ่อยๆว่าเค้าออนยัง ทักเราป่าว ตอบเรามั้ย 
เราเลยบอกเอเจนซี่ว่านัดรอบหน้าให้เค้ามาตรงเวลากว่านี้หน่อย เพราะเรารับไม่ได้ค่าา Innocent
 
ต่อให้มันเป็นนายจ้างอะไรก็ช่าง ตอนนั้นไม่ค่อยสนเพราะหนังสือสอบสำคัญกว่า 5555+ อีกอย่างเราคิดว่าถ้าเป็นนายจ้างมันก็ควรจะมีมารยาทและตรงต่อเวลาหน่อยสิ
 
รอบที่3 เราเริ่มคิดว่าที่เค้าไม่ตอบเราเพราะงงกับรูปโปรไฟล์ในสไกป์รึเปล่า (รูปเดียวกะในทวิตขวามือเลยค่ะ หัวแดง 55555) เลยเปลี่ยนเป็นรูปนักศึกษาหน้าตรง ดูดิ๊คราวนี้จะคุยมั้ย... ปรากฏว่าไม่ได้คุยอีกแล้ว!! wtfffff
และออนช้าอีกตามเคย 
 
รอบที่4 รอบนี้เอเจนซี่ของเรามาออนอยู่ด้วยเลย เพราะเค้าสงสัยว่าทำไมของเราปัญหาเยอะจัง ยังไม่ได้สัมภาษณ์ซักที... คราวนี้ดูท่าจะได้สัมภาษณ์แน่ๆ เพราะเอเจนบอกว่าเราต้องสัมภาษณ์กับนายจ้าง และอีกคนเป็นเอเจนที่อเมริกา คนที่เราเรียกว่านายจ้างนี่ชื่อ Ivo (อีโว) จำชื่อนี้ไว้ให้ดีนะคะ มันทำให้การไปเวิร์คของเรามีสีสันเยอะเลย 5555 อีกคนเป็นผู้หญิงชื่อ Erina คนนี้เป็นคนจากเอเจนซี่ที่อเมริกาอย่างที่บอกไป
 
สัมภาษณ์อันนี้เราว่ายากตรงเน็ตไม่ดีแล้วมันดีเลย์ค่ะ รูปกระตุก เสียงไม่ชัด... โทษเน็ตบ้านเราด้วยแหละ
ก่อนสัมภาษณ์เอเจนซี่ก็ซ้อมให้เราแล้วรอบนึงว่าคำถามที่เค้ามักจะถามมีอะไรบ้าง แล้วเค้าก็จะช่วยดูคำตอบเราว่าพอไหวมั้ย ส่วนเรื่องการพูดก็เป็นความสามารถส่วนบุคคลล่ะว่าจะได้สำเนียงอะไรยังไง
 
แต่พอมาเจอของจริงนี่ทำเอาแทบหงายหลังเลย เพราะอีตาอีโวเนี่ยแหละ... คืออ่านชื่อในสไกป์แล้วก็เดาได้ว่าอีตานี่มันไม่ใช่อเมริกันชัวร์!! พอสัมภาษณ์งานแล้วได้ยินประโยคแรกอึ้งเลย
 
นี่มันสำเนียงรัสเซียชัดๆ!! WTFFFFF 
*ทรุด*
 
ฟังยากมากเพราะเราไม่ชิน สกิลส่วนตัวเรื่องการฟังก็ไม่ค่อยดีด้วยค่ะ ต้องถามซ้ำให้แน่ใจค่อยตอบ ส่วน Erina แค่มาสังเกตการณ์ และคุยกับ Ivo เสียมากกว่า
 
คำถามที่ถามนะคะ... หนีไม่พ้นคำถามยอดฮิตค่ะ
  • แนะนำตัว
  • ทำไมถึงอยากมาเวิร์ค
  • ทำไมเลือกงานนี้

แค่เนี้ยยย Foot in mouth

คำถามที่ว่าทำไมถึงอยากมาเวิร์ค... อันนี้ต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าโครงการ Summer Work Travel (หรือที่คนไทยเรียกกันว่า Work and Travel) เป็นโครงการของรัฐบาลสหรัฐเอง แต่มอบให้เอกชนเข้ามาจัดการอะค่ะ ซึ่งทางสหรัฐเค้าก็อธิบายโครงการนี้ว่าสำหรับ....

 Post-secondary students enrolled full time and pursuing studies at a post secondary accredited academic institutions located outside the United States who come to the United States to work and travel during their summer vacation.
 
ดังนั้นเราก็เลยตอบตามจุดประสงค์เป๊ะ 55555
ซึ่งเราเชื่อว่าเกือบทุกคนคงโดนเอเจนซี่บอกให้ตอบทำนองนี้เช่นกัน 
 
จากนั้นไม่นานเอเจนซี่ก็แจ้งมาว่าเราสัมภาษณ์งานผ่านค่ะ
ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการหาเวลานัดเพื่อสัมภาษณ์ขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา...
 

วีซ่าสหรัฐอเมริกามีหลายประเภทมากๆ ถ้าอยากดูทั้งหมดสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ http://bangkok.usembassy.gov/niv_visa_classification.html (มันเยอะมาก)
 
สำหรับคนที่จะไปเวิร์คอย่างเรา จะต้องขอวีซ่าประเภท J ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับ exchange visitors ค่ะ
วีซ่าประเภท J จะครอบคลุมไปถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน นักเรียนในโครงการ Summer Work Travel แขกของรัฐบาล ครู นักวิจัยหรือนักเรียนแพทย์ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำการวิจัย/ศึกษาต่อในอเมริกา รวมไปถึงนักเรียน นักศึกษาค่ะ
 
เท่าที่จำได้นะ เอกสารที่เราขอมาเพื่อจะเอาไปขอวีซ่าอีกทีก็จะมี...
  • ใบเกรด T_______T
  • สำเนาหน้าพาสปอร์ต
  • ใบสมัครโครงการ Summer Work Travel รวมไปถึง job offer ที่ระบุว่าเราจะไปทำงานอะไร พักที่ไหน ตรงนี้เอเจนซี่จะเตรียมให้ค่ะ
  • ใบรับรองทางด้านการเงินของคนที่จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ/จ่ายค่าเดินทาง อันนี้ต้องไปขอจากธนาคารค่ะ เอาบัญชีที่มีเงินมากหน่อยก็จะดีนะคะ ^^'
  • นอกนั้นจำไม่ได้แล้ว Tongue out
เรื่องการขอวีซ่านี่เอเจนจะจัดการให้ค่ะ 
เค้าจะคิดค่าบริการประมาณ 4000-5000 บาทแล้วแต่ที่ เราแค่เอาพาสปอร์ตไปให้เค้า แล้วก็เตรียมเอกสารตามที่เค้าขอมา... เค้าจะจัดหาวันสำภาษณ์ให้ ซึ่งจริงๆแล้วขอวีซ่านี่ขอเองก็ได้ เพราะวันนัดเค้าก็จะประกาศไว้ในเว็บของสถานทูตอยู่แล้วว่าวันไหนเปิดสัมภาษณ์วีซ่าประเภทอะไรบ้าง เปิดกี่โมง แต่ถ้าให้เอเจนทำให้เราก็จะลดความยุ่งยากเรื่องการติดต่อนัดหมายไป แล้วพวกเอกสารก็จะไม่ขาดตกอะไรไปด้วยค่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน
 
การเตรียมตัวก่อนไปสัมภาษณ์วีซ่า อย่างน้อยเราก็น่าจะซ้อมๆพูดไว้บ้างนะคะ
คำถามที่มักจะเจอบ่อยคือไปทำงานอะไร, พักที่ไหน, ในกรณีฉุกเฉินคุณจะทำยังไง(ประมาณว่าโทรเบอร์ไหน ก็บอกไปว่า 911 อะ) ทำไมถึงอยากทำงานนี้ ทำไมถึงอยากไปโครงการเวิร์คฯ
 
ไม่ใช่ว่าจะโดนกันทุกคนนะ แล้วแต่คนสัมภาษณ์ด้วย อย่างเราเจอคนที่ใจดีมากๆก็เลยชิวๆเหมือนไปคุยเล่นๆมากกว่า
 
พอถึงวันไปสัมภาษณ์ให้ใส่ชุดนักศึกษาที่เรียบร้อย ถูกระเบียบ แล้วไปถึงสถานทูตที่ถนนวิทยุก่อนเวลานัดนะ... พูดง่ายๆคือไปต่อคิวนั่นเอง 
อย่างของเรานี้เค้าเปิดให้สัมภาษณ์บ่ายโม ไอ้เราก็ไปตั้งแต่เที่ยงเลยค่าาา... ปรากฏว่าพี่ที่ออฟฟิศของเอเจนซี่ยังมาไม่ถึง orz (เอาจริงก็เซ็งนะ พี่บอกให้หนูรีบ ทำไมพี่มาช้า Yell) หน้าสถานทูตช่างโล่งงงงง ไม่เห็นมีคน เราเลยไปหาอะไรกินที่ตึกสำนักงานฝั่งตรงข้ามค่ะ... รอเอนเจนซี่มาเราค่อยออกไป
 
พอใกล้บ่ายโมงเราออกไปเท่านั้นแหละ... คนมาจากไหนเยอะแยะไม่รู้
แถวยาวจนกำลังจะขึ้นไปอยู่สะพานลายคนข้ามแล้วค่าาาา ไม่ต้องลงสะพานลอยเลย ฮ่าๆๆๆๆ
เอเจนจะเอาเอกสารมาให้เราค่ะ... จากนั้นก็ต่อแถว ต่อแถว และต่อแถววววว ต่อกันร้อนๆหน้าสถานทูตนั่นแหละ
 
จากนั้นพอเข้าไปข้างในก็จงฝากของให้เรียบร้อย ทำตามที่เค้าบอก เดินตามป้าย เดินตามลูกศรไปเรื่อยๆ... เจ้าหน้าที่บางคนก็ดุไปนะ T^T
 
ตอนสัภาษณ์ง่ายมากกก คือเค้าเรียกคนที่จะมาขอวีซ่า J-1 ออกมายืนต่อแถวตามเลขคิวของเรา แล้วเรียกไปสัมภาษณ์ที่ช่องเคาท์เตอร์... พร้อมกับที่เค้าดูเอกสารต่างๆของเราไปด้วย
ส่วนใหญ่จะเจอคนที่พูดชัด คำถามก็ไม่พ้นที่เรายกตัวอย่างไปนั่นแหละค่ะ ^^'
ถ้าเราผ่าน เค้าจะไม่คืนพาสปอร์ตเราค่ะ เราก็ออกมาข้างนอกมาซื้อซองสำหรับให้สถานทูตส่งพาสปอร์ตคืนเราภายหลัง กรอกที่อยู่เป็นที่อยู่เอเจนซี่ไปเลย (ของเราค้าให้เป้นสติ๊กเกอร์มาแปะค่ะ)
 
เราตื่นเต้นมากตอนที่ต้องมาทำวีซ่าคนเดียว คือเราไม่เคยทำวีซ่าแบบนี้มาก่อนเลย ยิ่งเข้ามาในสถานทูตเรารู้สึกเหมือนมาอยู่อีกโลกยังไงไม่รู้ 5555 บางทีเราก็งงๆ... อาศัยเดินตามคนข้างหน้าไป Foot in mouth
 
สัมภาษณ์ไม่นานค่ะ นานตรงรอแล้วก็ขั้นตอนต่างๆก่อนหน้านั้นอะ... แต่ในภาพรวมก็ไม่นานจริงๆแหละ
 
เป็นอันว่าตอนนี้เราได้ไปอเมริกาเป็นที่แน่นอนแล้วค่าาา
 
ตอนไปสัมภาษณ์เจอเพื่อนด้วย... เป็นพาร์ทเนอร์แล็บกันค่ะ เพื่อนมาขอวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งสัมภาษณ์หลังวีซ่าของเรา นอกจากนี้ปีที่เราไปเนี่ย เพื่อนๆในชั้นปีก็ไปกันหลายคนด้วย ส่วนใหญ่ไปกันเป็นกลุ่มๆค่ะ มีเรานี่แหละอินดี้ไปคนเดียว ^^' 
 
ตอนนี้สิ่งที่เหลือคือปัญหาเรื่องที่พักค่ะ แต่เอเจนซี่บอกว่ายังไงไปถึงแล้วให้ติดต่อนายจ้างตามทีเค้าให้ข้อมูลมาใน job offer ดูแล้วกันว่าสรุปให้พักที่ไหน เพราะทางอเมริกาเค้าก็บอกเอเจนมาว่าที่พักมีแต่ใน Harrisburg 
ระหว่างรอเวลาเดินทางเราเลยต้องมาหาข้อมูลค่ะว่าพักที่ Harrisburg แล้วมันมีทางไหนที่จะไป York ได้บ้าง... ได้ข้อมูลอะไรเราก็เซฟลงมือถือไว้หมดเลย เราถึงขั้นหาที่ทำงานจาก Google View เลยแหละ จะได้รู้ล่วงหน้าว่าหน้าตาเป็นยังไง 55555
 
 
 
ตอนต่อไป (ซึ่งจะมาอัพเมื่อไหร่ก็ไม่รู้) เราจะบินไปอเมริกากันแล้วค่าาา
 
ส่วนเอนทรี่หน้าจะเป็นตอนต่อของประสบการณ์ไปเวิร์ค หรือจะเป็นอย่างอื่นต้องคอนติดตามนะคะ
รู้สึกว่าเอนทรี่นี้ยาวเหลือเกิน รูปก็ไม่มี ต้องขอโทษด้วยค่ะ ^^'
 
 
 
 
 
 
 
ปล.อยากเขียนเอนทรี่เล่าตอนไปสวนสนุกแฮร์รี่ใจจะขาด ถ่ายวีดีโอมาด้วยแต่มันไม่ค่อยชัดเลยไม่แน่ใจว่าจะเอาลงดีมั้ย รูปก็ไม่ครบด้วยค่ะ
ปล.2 ปี3เรียนเยอะจริงจัง ปีนี้หนักทางแล็บ
ปล.3 เราจะไปดู Harry Potter Exhibition ที่ ArtScience Museum ประเทศสิงคโปร์วันที่1-2 กันยายน 2555 ค่ะ กลับมาแล้วมีรีวิวแน่นอน ^^' อันนี้ตั้งใจไปมากจริงๆ ภาวนาขออย่างให้มีอะไรผิดพลาด Cry