สัมภาษณ์งาน+ขอวีซ่าอเมริกา
posted on 28 Jun 2012 20:43 by hedwigpotter in WorkAndTravel directory Travel, Diaryมาต่อแล้วค่าาา หายไปหลายวันทีเดียว... 555
วันนี้ตามสัญญาค่ะ จะมาเล่าต่อเรื่องวีซ่า แต่ก่อนไปขอวีซ่าเราต้องไปสัมมภาษณ์งานก่อน เพิ่งนึกได้ว่าลืมเล่า 5555 เอามาแทรกเลยเนอะ
คงไม่สามารถจะใช้เป็นคู่มืออ้างอิงอะไรได้ แต่ก็พอใช้เป็นแนวทางได้นะคะ..
ลืมเล่าไปว่าก่อนสัมภาษณ์วีซ่าต้องสัมภาษณ์งานก่อน ของเราเป็นการสัมภาษณ์ผ่าน skype ค่ะ...
แล้วจำเอนทรี่ที่แล้วได้มั้ยคะ ที่เราเลือกงานเป็น Dunkin Dounuts ที่ Mechanisburg ... ปรากฏว่าเราไม่สามารถเดินทางได้ภายในวันที่ที่เค้ากำหนด ก็เลยต้องเปลี่ยนงานไปเป็น McDonald ที่ York แทน
เราก็โอเค.. ทำแมคก็ได้วะ แต่ค่าจ้างต่อชั่วโมงเค้าเขียนว่า 7.25$ เอง ที่อื่นๆได้ 7.50-8.00$
เรามีปัญหาเรื่องที่พักด้วยค่ะ คือทางอเมริกาบอกว่าที่พักเราอยู่เมืองHarrisburg ซึ่งเป็นเมืองใกล้ๆYork แต่เอเจนซี่บอกว่าจะจัดการให้ เราก็เลยไม่ได้สนใจมันมาก
พอสัมภาษณ์งานก็ป่วนได้อีก... คือบ้านเราไม่มีกล้องเว็บแคม... แถมเน็ตก็กาก ก็เลยต้องไปยืมคอมพี่ที่อยู่อีกบ้าน เอเจนก็ตกลงวันนัดอะไรกันเรียบร้อย... คือเราต้องสัมภาษณ์กับคนที่อเมริกา (คือเอเจนที่อเมริกา) แต่เอเจนที่ไทยก็จะบอกว่าสัมภาษณ์กับนายจ้าง 5555+ ตอนแรกเราก็เข้าใจว่าเป็นนายจ้างจริงๆ แต่พอเวลาผ่านไป มาคิดๆดู... อีนี่มันไม่น่าจะเป็นนายจ้างหรอกมั้ง 55555+
แต่ในเอนทรี่นี้เราจะเรียกเค้าว่านายจ้างละกัน 

เอเจนซี่ให้เราแอดสไกป์ไปหานายจ้าง ซึ่งนัดว่าจะออนตอน2ทุ่มเวลาไทย เราก็ออนรอตั้งแต่ทุ่มนึงเลย เพราะเราเชื่อว่าฝรั่งเค้าตรงเวลา ปรากฏว่ารอถึง 3 ทุ่มยังไม่ออนเลย โทรหาเอเจนซี่ให้เค้าติดต่อด้วย ก็ยังไม่ได้ซักที... ปัญหาอยู่ที่ทางนู้นแหละ เรารอจน4ทุ่มก็ไม่เอาแล้วเพราะเสียเวลา เราเองก็ใกล้สอบแล้วด้วย เลยบอกเอเจนซี่ว่านัดเค้าใหม่แล้วกัน
รอบที่2 เอาอีกแล้วค่าา... นัด2ทุ่มเวลาไทย คราวนี้พ่อซื้อกล้องมาติดให้กะคอมที่บ้าน เพื่อที่จะได้ไม่ไปรบกวนพี่ซึ่งทำลังทำโปรเจ็คปริญญาโทอยู่ค่ะ แบบตอนนั้นเครียดมาก กลัวเน็ตแย่แล้วคุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วเค้าจะไม่รับเราทำงาน... สรุปคือกลัวอดไป 5555+
คราวนี้พิมพ์ข้อความไปทักเค้าก่อนด้วยนะ แต่เค้าไม่ตอบอะ... จน4ทุ่มก็ยังไม่ตอบ เลยงงว่าสรุปเน็ตใครแย่เนี่ย? หรือมันเกิดปัญหาตรงไหนกันแน่นะ? กว่าเค้าจะออนก็ช้าด้วย ตั้งสามทุ่ม = =;
คราวนี้เซ็งมากเพราะเราแทนที่จะได้อ่านหนังสือสงบๆก็ต้องมาดูคอมบ่อยๆว่าเค้าออนยัง ทักเราป่าว ตอบเรามั้ย
เราเลยบอกเอเจนซี่ว่านัดรอบหน้าให้เค้ามาตรงเวลากว่านี้หน่อย เพราะเรารับไม่ได้ค่าา 

ต่อให้มันเป็นนายจ้างอะไรก็ช่าง ตอนนั้นไม่ค่อยสนเพราะหนังสือสอบสำคัญกว่า 5555+ อีกอย่างเราคิดว่าถ้าเป็นนายจ้างมันก็ควรจะมีมารยาทและตรงต่อเวลาหน่อยสิ
รอบที่3 เราเริ่มคิดว่าที่เค้าไม่ตอบเราเพราะงงกับรูปโปรไฟล์ในสไกป์รึเปล่า (รูปเดียวกะในทวิตขวามือเลยค่ะ หัวแดง 55555) เลยเปลี่ยนเป็นรูปนักศึกษาหน้าตรง ดูดิ๊คราวนี้จะคุยมั้ย... ปรากฏว่าไม่ได้คุยอีกแล้ว!! wtfffff
และออนช้าอีกตามเคย
รอบที่4 รอบนี้เอเจนซี่ของเรามาออนอยู่ด้วยเลย เพราะเค้าสงสัยว่าทำไมของเราปัญหาเยอะจัง ยังไม่ได้สัมภาษณ์ซักที... คราวนี้ดูท่าจะได้สัมภาษณ์แน่ๆ เพราะเอเจนบอกว่าเราต้องสัมภาษณ์กับนายจ้าง และอีกคนเป็นเอเจนที่อเมริกา คนที่เราเรียกว่านายจ้างนี่ชื่อ Ivo (อีโว) จำชื่อนี้ไว้ให้ดีนะคะ มันทำให้การไปเวิร์คของเรามีสีสันเยอะเลย 5555 อีกคนเป็นผู้หญิงชื่อ Erina คนนี้เป็นคนจากเอเจนซี่ที่อเมริกาอย่างที่บอกไป
สัมภาษณ์อันนี้เราว่ายากตรงเน็ตไม่ดีแล้วมันดีเลย์ค่ะ รูปกระตุก เสียงไม่ชัด... โทษเน็ตบ้านเราด้วยแหละ
ก่อนสัมภาษณ์เอเจนซี่ก็ซ้อมให้เราแล้วรอบนึงว่าคำถามที่เค้ามักจะถามมีอะไรบ้าง แล้วเค้าก็จะช่วยดูคำตอบเราว่าพอไหวมั้ย ส่วนเรื่องการพูดก็เป็นความสามารถส่วนบุคคลล่ะว่าจะได้สำเนียงอะไรยังไง
แต่พอมาเจอของจริงนี่ทำเอาแทบหงายหลังเลย เพราะอีตาอีโวเนี่ยแหละ... คืออ่านชื่อในสไกป์แล้วก็เดาได้ว่าอีตานี่มันไม่ใช่อเมริกันชัวร์!! พอสัมภาษณ์งานแล้วได้ยินประโยคแรกอึ้งเลย
นี่มันสำเนียงรัสเซียชัดๆ!! WTFFFFF
*ทรุด*
ฟังยากมากเพราะเราไม่ชิน สกิลส่วนตัวเรื่องการฟังก็ไม่ค่อยดีด้วยค่ะ ต้องถามซ้ำให้แน่ใจค่อยตอบ ส่วน Erina แค่มาสังเกตการณ์ และคุยกับ Ivo เสียมากกว่า
คำถามที่ถามนะคะ... หนีไม่พ้นคำถามยอดฮิตค่ะ
- แนะนำตัว
- ทำไมถึงอยากมาเวิร์ค
- ทำไมเลือกงานนี้
แค่เนี้ยยย 
คำถามที่ว่าทำไมถึงอยากมาเวิร์ค... อันนี้ต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าโครงการ Summer Work Travel (หรือที่คนไทยเรียกกันว่า Work and Travel) เป็นโครงการของรัฐบาลสหรัฐเอง แต่มอบให้เอกชนเข้ามาจัดการอะค่ะ ซึ่งทางสหรัฐเค้าก็อธิบายโครงการนี้ว่าสำหรับ....
Post-secondary students enrolled full time and pursuing studies at a post secondary accredited academic institutions located outside the United States who come to the United States to work and travel during their summer vacation.
ดังนั้นเราก็เลยตอบตามจุดประสงค์เป๊ะ 55555
ซึ่งเราเชื่อว่าเกือบทุกคนคงโดนเอเจนซี่บอกให้ตอบทำนองนี้เช่นกัน
จากนั้นไม่นานเอเจนซี่ก็แจ้งมาว่าเราสัมภาษณ์งานผ่านค่ะ
ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการหาเวลานัดเพื่อสัมภาษณ์ขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา...

วีซ่าสหรัฐอเมริกามีหลายประเภทมากๆ ถ้าอยากดูทั้งหมดสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ http://bangkok.usembassy.gov/niv_visa_classification.html (มันเยอะมาก)
สำหรับคนที่จะไปเวิร์คอย่างเรา จะต้องขอวีซ่าประเภท J ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับ exchange visitors ค่ะ
วีซ่าประเภท J จะครอบคลุมไปถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน นักเรียนในโครงการ Summer Work Travel แขกของรัฐบาล ครู นักวิจัยหรือนักเรียนแพทย์ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำการวิจัย/ศึกษาต่อในอเมริกา รวมไปถึงนักเรียน นักศึกษาค่ะ
เท่าที่จำได้นะ เอกสารที่เราขอมาเพื่อจะเอาไปขอวีซ่าอีกทีก็จะมี...
- ใบเกรด T_______T
- สำเนาหน้าพาสปอร์ต
- ใบสมัครโครงการ Summer Work Travel รวมไปถึง job offer ที่ระบุว่าเราจะไปทำงานอะไร พักที่ไหน ตรงนี้เอเจนซี่จะเตรียมให้ค่ะ
- ใบรับรองทางด้านการเงินของคนที่จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ/จ่ายค่าเดินทาง อันนี้ต้องไปขอจากธนาคารค่ะ เอาบัญชีที่มีเงินมากหน่อยก็จะดีนะคะ ^^'
- นอกนั้นจำไม่ได้แล้ว

เรื่องการขอวีซ่านี่เอเจนจะจัดการให้ค่ะ
เค้าจะคิดค่าบริการประมาณ 4000-5000 บาทแล้วแต่ที่ เราแค่เอาพาสปอร์ตไปให้เค้า แล้วก็เตรียมเอกสารตามที่เค้าขอมา... เค้าจะจัดหาวันสำภาษณ์ให้ ซึ่งจริงๆแล้วขอวีซ่านี่ขอเองก็ได้ เพราะวันนัดเค้าก็จะประกาศไว้ในเว็บของสถานทูตอยู่แล้วว่าวันไหนเปิดสัมภาษณ์วีซ่าประเภทอะไรบ้าง เปิดกี่โมง แต่ถ้าให้เอเจนทำให้เราก็จะลดความยุ่งยากเรื่องการติดต่อนัดหมายไป แล้วพวกเอกสารก็จะไม่ขาดตกอะไรไปด้วยค่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน
เค้าจะคิดค่าบริการประมาณ 4000-5000 บาทแล้วแต่ที่ เราแค่เอาพาสปอร์ตไปให้เค้า แล้วก็เตรียมเอกสารตามที่เค้าขอมา... เค้าจะจัดหาวันสำภาษณ์ให้ ซึ่งจริงๆแล้วขอวีซ่านี่ขอเองก็ได้ เพราะวันนัดเค้าก็จะประกาศไว้ในเว็บของสถานทูตอยู่แล้วว่าวันไหนเปิดสัมภาษณ์วีซ่าประเภทอะไรบ้าง เปิดกี่โมง แต่ถ้าให้เอเจนทำให้เราก็จะลดความยุ่งยากเรื่องการติดต่อนัดหมายไป แล้วพวกเอกสารก็จะไม่ขาดตกอะไรไปด้วยค่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน
การเตรียมตัวก่อนไปสัมภาษณ์วีซ่า อย่างน้อยเราก็น่าจะซ้อมๆพูดไว้บ้างนะคะ
คำถามที่มักจะเจอบ่อยคือไปทำงานอะไร, พักที่ไหน, ในกรณีฉุกเฉินคุณจะทำยังไง(ประมาณว่าโทรเบอร์ไหน ก็บอกไปว่า 911 อะ) ทำไมถึงอยากทำงานนี้ ทำไมถึงอยากไปโครงการเวิร์คฯ
ไม่ใช่ว่าจะโดนกันทุกคนนะ แล้วแต่คนสัมภาษณ์ด้วย อย่างเราเจอคนที่ใจดีมากๆก็เลยชิวๆเหมือนไปคุยเล่นๆมากกว่า
พอถึงวันไปสัมภาษณ์ให้ใส่ชุดนักศึกษาที่เรียบร้อย ถูกระเบียบ แล้วไปถึงสถานทูตที่ถนนวิทยุก่อนเวลานัดนะ... พูดง่ายๆคือไปต่อคิวนั่นเอง
อย่างของเรานี้เค้าเปิดให้สัมภาษณ์บ่ายโม ไอ้เราก็ไปตั้งแต่เที่ยงเลยค่าาา... ปรากฏว่าพี่ที่ออฟฟิศของเอเจนซี่ยังมาไม่ถึง orz (เอาจริงก็เซ็งนะ พี่บอกให้หนูรีบ ทำไมพี่มาช้า
) หน้าสถานทูตช่างโล่งงงงง ไม่เห็นมีคน เราเลยไปหาอะไรกินที่ตึกสำนักงานฝั่งตรงข้ามค่ะ... รอเอนเจนซี่มาเราค่อยออกไป
) หน้าสถานทูตช่างโล่งงงงง ไม่เห็นมีคน เราเลยไปหาอะไรกินที่ตึกสำนักงานฝั่งตรงข้ามค่ะ... รอเอนเจนซี่มาเราค่อยออกไปพอใกล้บ่ายโมงเราออกไปเท่านั้นแหละ... คนมาจากไหนเยอะแยะไม่รู้
แถวยาวจนกำลังจะขึ้นไปอยู่สะพานลายคนข้ามแล้วค่าาาา ไม่ต้องลงสะพานลอยเลย ฮ่าๆๆๆๆ
เอเจนจะเอาเอกสารมาให้เราค่ะ... จากนั้นก็ต่อแถว ต่อแถว และต่อแถววววว ต่อกันร้อนๆหน้าสถานทูตนั่นแหละ
จากนั้นพอเข้าไปข้างในก็จงฝากของให้เรียบร้อย ทำตามที่เค้าบอก เดินตามป้าย เดินตามลูกศรไปเรื่อยๆ... เจ้าหน้าที่บางคนก็ดุไปนะ T^T
ตอนสัภาษณ์ง่ายมากกก คือเค้าเรียกคนที่จะมาขอวีซ่า J-1 ออกมายืนต่อแถวตามเลขคิวของเรา แล้วเรียกไปสัมภาษณ์ที่ช่องเคาท์เตอร์... พร้อมกับที่เค้าดูเอกสารต่างๆของเราไปด้วย
ส่วนใหญ่จะเจอคนที่พูดชัด คำถามก็ไม่พ้นที่เรายกตัวอย่างไปนั่นแหละค่ะ ^^'
ถ้าเราผ่าน เค้าจะไม่คืนพาสปอร์ตเราค่ะ เราก็ออกมาข้างนอกมาซื้อซองสำหรับให้สถานทูตส่งพาสปอร์ตคืนเราภายหลัง กรอกที่อยู่เป็นที่อยู่เอเจนซี่ไปเลย (ของเราค้าให้เป้นสติ๊กเกอร์มาแปะค่ะ)
เราตื่นเต้นมากตอนที่ต้องมาทำวีซ่าคนเดียว คือเราไม่เคยทำวีซ่าแบบนี้มาก่อนเลย ยิ่งเข้ามาในสถานทูตเรารู้สึกเหมือนมาอยู่อีกโลกยังไงไม่รู้ 5555 บางทีเราก็งงๆ... อาศัยเดินตามคนข้างหน้าไป 

สัมภาษณ์ไม่นานค่ะ นานตรงรอแล้วก็ขั้นตอนต่างๆก่อนหน้านั้นอะ... แต่ในภาพรวมก็ไม่นานจริงๆแหละ
เป็นอันว่าตอนนี้เราได้ไปอเมริกาเป็นที่แน่นอนแล้วค่าาา
ตอนไปสัมภาษณ์เจอเพื่อนด้วย... เป็นพาร์ทเนอร์แล็บกันค่ะ เพื่อนมาขอวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งสัมภาษณ์หลังวีซ่าของเรา นอกจากนี้ปีที่เราไปเนี่ย เพื่อนๆในชั้นปีก็ไปกันหลายคนด้วย ส่วนใหญ่ไปกันเป็นกลุ่มๆค่ะ มีเรานี่แหละอินดี้ไปคนเดียว ^^'
ตอนนี้สิ่งที่เหลือคือปัญหาเรื่องที่พักค่ะ แต่เอเจนซี่บอกว่ายังไงไปถึงแล้วให้ติดต่อนายจ้างตามทีเค้าให้ข้อมูลมาใน job offer ดูแล้วกันว่าสรุปให้พักที่ไหน เพราะทางอเมริกาเค้าก็บอกเอเจนมาว่าที่พักมีแต่ใน Harrisburg
ระหว่างรอเวลาเดินทางเราเลยต้องมาหาข้อมูลค่ะว่าพักที่ Harrisburg แล้วมันมีทางไหนที่จะไป York ได้บ้าง... ได้ข้อมูลอะไรเราก็เซฟลงมือถือไว้หมดเลย เราถึงขั้นหาที่ทำงานจาก Google View เลยแหละ จะได้รู้ล่วงหน้าว่าหน้าตาเป็นยังไง 55555
ตอนต่อไป (ซึ่งจะมาอัพเมื่อไหร่ก็ไม่รู้) เราจะบินไปอเมริกากันแล้วค่าาา
ส่วนเอนทรี่หน้าจะเป็นตอนต่อของประสบการณ์ไปเวิร์ค หรือจะเป็นอย่างอื่นต้องคอนติดตามนะคะ
รู้สึกว่าเอนทรี่นี้ยาวเหลือเกิน รูปก็ไม่มี ต้องขอโทษด้วยค่ะ ^^'
ปล.อยากเขียนเอนทรี่เล่าตอนไปสวนสนุกแฮร์รี่ใจจะขาด ถ่ายวีดีโอมาด้วยแต่มันไม่ค่อยชัดเลยไม่แน่ใจว่าจะเอาลงดีมั้ย รูปก็ไม่ครบด้วยค่ะ
ปล.2 ปี3เรียนเยอะจริงจัง ปีนี้หนักทางแล็บ
ปล.3 เราจะไปดู Harry Potter Exhibition ที่ ArtScience Museum ประเทศสิงคโปร์วันที่1-2 กันยายน 2555 ค่ะ กลับมาแล้วมีรีวิวแน่นอน ^^' อันนี้ตั้งใจไปมากจริงๆ ภาวนาขออย่างให้มีอะไรผิดพลาด 

Tags: usa, visa, wat2012, workandtravel, เวิร์ค12 Comments

ได้ข้อมูลดีมากคับ เผื่อจะไปฝึกงานนที่เมกาบ้างงง หาประสบการณ์ >.<
#1 By drpetong on 2012-06-29 21:43