รู้สึกเหมือนห่างหายจากบล็อกไปหลายวัน

วันนี้ได้ฤกษ์เอา สิ่งที่คุณอาจจะรู้ว่าอะไร มาให้ดูกันค่ะ

 

 

วิกไม่คิดมากหรอกนะว่าจะต้องซื้อทันทีที่ออกใหม่ เพราะว่าถ้าปล่อยไปนานๆราคาจะถูกลงแล้วเราจะซื้อได้สบายใจขึ้น

ก็รอให้ Box set - UK Adult ราคาตกอยู่ อีกสองสามปีวิกน่าจะไปสอยมาได้ เพราะตอนนี้ยังอยู่ที่สามพันกว่าๆ วิกว่าแพงเกินไปสำหรับของที่ซื้อมาเก็บเฉยๆ (รอดีวีดีแฮร์รีอยู่ ตั้งแต่ปี2000 ยังอดทนไม่ซื้อเลย รวมๆแล้ววิกรอมา10เหมือนกัน และถ้ามันออกเมื่อไหร่คงต้องขอซื้อให้คุ้มกับ10ปีที่รอคอยล่ะค่ะ)

ของวันนี้พูดเหมือนซื้อเอง ...
เปล่า มีคนซื้อให้ 555

 

ที่จริงฉบับพิเศษนี้วางจำหน่ายเมื่อเดือนกันยายน 2008
จะต่างจากฉบับปกติที่เราคุ้นตากัน(ฉบับปกติคือแบบที่แฮร์รี่ขี่ไม้หวาดอะ ภาษาไทยก็ใช้รูปนั้น) คือมีการวาดปกใหม่ เป็นภาพแฮร์รี่มองกระจกเงาแห่งแอริเซดแล้วเห็นครอบครัวของตัวเอง ... ฉากนี้เจ.เค.ได้อิทธิพลจากการเสียชีวิตของแม่มาเยอะพอสมควร เป็นฉากที่วิกก็ชอบนะ  วิกว่าแฮร์รี่ดูน่าสงสารมาก อ่านแล้วมันเห็นภาพเลยอะเวลาคนเราเจอครอบครัวตัวเองเป็นยังไง เด็กกำพร้าที่ไม่เคยเจอพ่อแม่ตัวเองมันรู้สึกยังไง เวลาคิดถึงพ่อแม่ที่ตายไปแล้วมันเป็นแบบนี้เองเหรอ

นอกจากนี้ในเล่มยังมีภาพพิเศษจากเจ.เค.ด้วย วาดไว้ตั้งแต่ช่วงปี 1992-1993 เป็นรูปสเนปในจินตนาการของเจ.เค. และเขียนคำบรรยายเอาไว้ว่าสเนปจะมีลักษณะคล้ายๆท่านเคาท์แดร็กคิวลาหน่อยๆ  (ก็นะ ... สวมเสื้อคลุมตัวโตเหมือนค้างคาว แถมผิวยังซีดๆ หัวมันๆอีกแน่ะ - -*) (ไม่หล่อแต่ก็รักนะ 55 --- แล้วนึกถึงสเนปในหนัง ... อืดได้อีกนะลุง 55)

อีกรูปที่เพิ่มเข้ามาเป็นรูปแฮกริดในเรือบดลำเล็กๆแล่นเข้าปราสาทฮอกวอตส์ค่ะ เป็นรูปสีด้วยน้า~
สวยมากๆเลย (แมรี่เป็นคนวาดตามเคย)

* รูปโหลดโหดหน่อยนะ

 
ปกหน้าที่วาดใหม่ค่ะ ตัวหนังสือตรง Harry Potter แล้วก็ Special Annivesary Edition เป็นสีทองนะ แต่อันนี้สแกนมา เลยไม่สวยเท่าไหร่
(แอบปรับ sharpen นิดนึง เพระารู้สึกสีมันซีดๆแล้วก็มัวๆไปหน่อย)


ปกหลัง เซนเซอร์ราคา 55 (ปรับ sharpen เล็กน้อย)

 


อันนี้คือตอนแกะใบหุ้มปกออกแล้ว (รูปแฮร์รี่ส่องกระจกนั่นเป็นแค่ใบหุ้มปก)
เป็นปกผ้าสีแดง พิมพ์ลายดาวสีทองเหมือนกันทั้ง2ด้านเลย (กริฟฟินดอร์ ??)

 ต่อมาเป็นเซตรูปถ่ายธรรมดา ... ถ่ายรูปไม่สวยหรอก มันมืดๆอะนะ 55

 



 

สุ่มเปิดเอาน่ะ 55
เป็นตอนที่จะซ้อมควิดดิช

 

  อันนี้ลองเอามาจัดหน้ารวมกันในโฟโต้สเคปอะ 55
ยังเห่ออยู่ ใช้ไม่ถนัดเท่าไหร่ ยังงงๆ  แต่ก็ขอจิ้มเล่นๆ ได้ออกมา2รูปก็เหนื่อยแล้ว

 

หนังสือเล่ม 1 พิมพ์ครั้งแรกที่อังกฤษเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 ครั้งแรกสุดเค้าพิมพ์ออกมาแค่ 1000 เล่มเอง .. 500 เล่มถูกนำไปแจกจ่ายตามห้องสมุดโรงเรียนต่างๆ ส่วนอีก 500 เล่มที่เหลือวิกไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร อาจถูกส่งให้ไปเป็นตัวอย่างในร้านหนังสือต่างๆ หรือไม่ก็ทางสำนักพิมพ์เก็บไว้แจกมั้ง (หรือรวมกับส่วนที่ออกวางจำหน่ายทั่วไปหว่า) ซึ่งไอ้ฉบับพิมพ์ครั้งแรกสุดนี่หายากมากๆ ราคาขายในปัจจุบันแพงมากเลยอะ

หลังจากออกวางจำหน่ายได้3วันก็มีการประมูลซื้อลิขสิทธิ์เล่มนี้ โดยสกอลาสติกให้ราคาประมูลสูงถึง 100,000 $ ซึ่งเยอะมากสำหรับหรังสือที่เขียนโดยนักเขียนโนเนม แล้วจากนั้นสกอลาสติกก็ให้แมรี่ ก็องแปร( Mary GrandPré)วาดหน้าปกใหม่ แล้วก็เพิ่มภาพที่หัวบทลงไปด้วย ... หน้าตาออกมาเป็นแบบเล่ม1ฉบับภาษาไทยนั่นแหละ โดยฉบับ US นี้ถือเป็นภาษาแรกที่มีการแปลนะคะ แล้วก็วางจำหน่ายวันแรกในอเมริกาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 1998 ค่ะ

 

ส่วนเรื่องชื่อของหนังสือเนี่ย ทางฝั่งอเมริกาจะใช้ Sorcerer's Stone แต่อังกฤษและที่อื่นๆจะใช้ Philosopher's Stone แต่ว่าเจ.เค.บอกว่าตอนนั้นที่ทางสกอลาสติกซื้อไปพิมพ์ต่อ เธอไม่มีอำนาจอะไรเลย .. ประมาณว่าไม่มีอำนาจต่อรองน่ะ  และเจ.เค.บอกว่าถ้าเป็นไปได้ ก็อยากเรียกร้องไม่ให้ใช้ชื่อนั้น

Sorcerer's Stone มันไม่ใช้วัตถุในประวัติศาสตร์ที่เราเคยเรียนๆกันมาอะ ... มันอาจจะเป็นหินวิเศษอันไหนก็ได้ในโลก ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่ามันคือหินตามตำนานมักเกิ้ลที่เชื่อว่าเป็นของนิโคลัส แฟลมเมล  ในขณะที่ Philosopher's Stone มันเน้นเลยว่าเป็นหินที่อยู่ในตำนานมักเกิ้ลที่เกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุแบบที่เราเคยได้ยินกันมา คือกล่าวถึงหินนั้นที่มีอยู่ในตำนานประวัติศาสตร์ ไม่ใช่หินวิเศษที่ไหนไม่รู้ ซึ่งชื่อนี้จะเข้ากับเนื้อหามากกว่า เพราะเจ.เค.ต้องการเน้นตำนานการเล่นแร่แปรธาตุของคนสมัยก่อนจริงๆ 

คงจะเคยได้ยินเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุกันมาบ้างเนอะ นักปราชญ์/นักวิทย์/นักเคมี(จะเรียกอะไรก็ช่างเถอะ)ต่างก็พยายามแข่งขันกันหาสูตรที่จะเปลี่ยนโลหะธรรมดาๆให้กลายเป็นทองคำได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สำเร็จหรอก แต่มันก็นำไปสู่การค้นพบอะไรหลายๆอย่างในเวลาต่อมา (จำไม่ได้ว่าค้นพบอะไรมั่งอะ - -'')  แล้วก็เป็นรากฐานของวิชาเคมีในปัจจุบันด้วย  เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าวิทยาศาสตร์กับเวทมนตร์คงแยกกันไม่ออก เพราะวิทยาศาสตร์มีพื้นฐานมาจากความเชื่อเกี่ยวกับเวทมนตร์นั่นเอง

ส่วนเนื้อหาฉบับ UK กับ US จะต่างกันที่ไวยากรณ์ค่ะ วิกลองอ่านจากที่มีคนรวบรวมไว้แล้วก็ต่างกันบ้าง แต่ได้ใจความเหมือนกัน คือคนอเมริกันจะไม่เขียนอะไรเยิ่นเย้อเหมือนคนอังกฤษ เช่น คนอังกฤษจะใช้คำว่า have got ในขณะที่อเมริกันจะเป็น have เฉยๆ ซึ่งทางสกอลาสติกเค้าจะแก้ทั้งเล่มเลยค่ะ

สำหรับข้อแตกต่างของทั้งสองฉบับอย่างละเอียดคงต้องใช้เวลารวบรวมให้มากกว่านี้อีกหน่อย ไม่กล้าเขียนจนกว่าวิกจะได้อ่านเอง (คงรอนานเลยอะ - -*)  ที่เคยอ่านจากเว็บหลายๆที่ที่เค้าเขียนไว้มันก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน  แต่กลัวจะถ่ายทอดออกมาผิด เพราะไม่ได้อ่านฉบับ US (ใจจริงก็ยังอยากได้นะ แต่ไม่มีตังค์ง่ะ 555)

* ใครมีความรู้เพิ่มเติมก็แบ่งปันได้นะคะ เพราะยังไม่ได้ค้นคว้าจริงจัง แล้ววิกก็อ่านเว็บมาแบบไม่ละเอียด เนื่องจากเวลามีจำกัด

 

 

ไม่ทันไร..อ้าว 10 ปีแล้วเหรอ

วิกเพิ่งอ่านเมื่อปี 2000-2001 นี่เอง 55 (ยังไม่ถึง 10 ปีเลย)
เหมือนเราโตมาด้วยกันมากกว่านะ ตอนที่ได้อ่านครั้งแรกยังอยู่ป.3อยู่เลย แล้วก็เป็นหนังสือเรื่องยาวเล่มแรกที่วิกอ่านจบ ทั้งที่ตอนแรกก็ไม่อยากอ่านนะ แต่แม่บังคับอ่านไง แต่อ่านไปอ่านมาชอบ..ก็เลยอ่านเองจนจบ  แล้วก็ติดตามมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน

รู้ตัวอีกทีก็คือตัวเองชอบมากๆแล้วอะ 55
แฮร์รี่ยังเป็นหนังสือที่ทำให้วิกสนใจอ่านหนังสือจริงจังด้วยนะ  แต่ก่อนก็ชอบอ่านหนังสือ .. คืออ่านได้ แต่ไม่ใช่แบบอ่านได้ตลอดเวลา หรืออ่านแบบไม่หยุด แต่หลังจากอ่านแฮร์รี่แล้ววิกรักการอ่านขึ้นเยอะเลย แล้วก็กลายเป็นคนรักการอ่านตั้งแต่นั้นมา

อาจจะเว่อร์นะ แต่มันเกิดกับวิกจริงๆอะ - -''
คนอื่นอ่านแล้วเฉยๆวิกก็ไม่ว่าอะไรหรอก  อาจเป็นเพราะมันเป็นเรื่องยาวเรื่องแรกที่อ่าน แล้วบังเอิญว่ามันสนุก อ่านแล้วชอบ เลยสนใจอยากอ่านหนังสือเล่มอื่นๆอีกเรื่อยๆมั้ง 55

 

 

แล้วคุณรู้จักแฮร์รี่มากี่ปีแล้ว

เล่าให้ฟังหน่อยดิ 55

ต้องใช้คำว่าพิมพ์ให้อ่านดิ จริงป้ะ - -''

 

* อยากเปลี่ยนอวาตาร์จัง ใส่หน้าตัวเองดีมั้ย 55

* ดองแท็กมอนส์เตอร์กับแท็กตัวเองอยู่ ยังไม่ลืมๆ

* ในไทยจะยังไม่ครบ10ปีนะคะ เพราะเพิ่งพิมพ์ปี 2543 ค่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet



มันงดงามมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


อ๊ะ จริงสิ

จะสิบปีแล้วเหรอนี่

#1 By T4tZl_lK1 on 2009-02-27 15:31

โห 10ปี ยาวนานพอๆกับวันพีซเลยแฮะ

ตอนที่อ่านตอนแรกจำได้ว่าอยู่ม.2อะ

อ่านครั้งแรกเป็นเล่มที่2 ซะงั้น แล้วค่อยมาอ่านเล่มหนึ่งทีหลัง

เสียดายตอนนี้จบซะแล้ว

อยากให้ป้าเจเคแกวาดต่อจังเลย

เอาเป็นการผจญภัยของลูกๆแฮร์รี่ก้อได้

เราเชื่อว่ายังไงก้อยังมีคนคอยอ่านต่อแน่นอน

ปอลอ.แท็กดองไว้แล้วจะทำเมื่อไหร่ก้อได้จร๊าdouble wink
งามมมมมมมมมมมม = [] =!!!

อยากให้มีภาคต่อไปเรื่อยๆ น่าไม่จบเลย

10 ปี .. = [] =!! หนูได้อ่านก็ตอน ป.4 นู๊ว




PS. ที่ผ่านมาเป็นวันเกิด โอลิเวอร์ กับเจมส์ล่ะ 555 T w T 23 แล้วว

#3 By ♕ Sinsters? on 2009-02-27 15:50

10 ปีแล้วเหรอเนี่ยยย... ผ่านไปเร็วจังเลย..
รู้สึกเราอ่านเล่ม 1ตั้งแต่เราอยู่ป.4 มั๊ง... ตอนนี้เราจบม.6 แล้ว 5555
ล่องลอยหาที่เรียนอยู่ TwT

ที่อ่านนี่เพราะว่าอยากอ่านเองแหละ.. คือเราเป็นเด็กที่ถูกปล่อยปละละเลย 555
ไม่ช่ายย คือพ่อกับแม่ไปทำงานแล้วก็ทิ้งเราอยู่บ้านคนเดียวประจำ
สมัยป.4 คอมก็ไม่มี เด็กๆก็ไม่ค่อยมีไรทำ วิ่งเล่นก็เหนื่อย ไม่ชอบ 55 (เด็กอะไรกันนี่ มิน่าถึงไม่โต ก๊ากๆๆ..)
ก็เลยอ่านหนังสือดีกว่า
พอได้ยินข่าวเรื่องแฮร์รี่ก็เลยขอแม่ให้ซื้อให้ ผลปรากฏว่าติดงอมแงม..

ทุกปิดเทอมเราจะเอาแฮร์รี่ตั้งแต่เล่ม 1 มาอ่านรีรันใหม่หมด..
พอได้อ่านตั้งแต่เล่ม 1 แล้วเราจะรู้สึกว่า...

นี่แหละ ปิดเทอมขนานแท้ 55555555


ชอบลายเส้นการวาดของป้าเจเคแกนะ..
ดูเป็นลายเส้นนิทานแฟนตาซีดี

เม้นยาว ขออภัยจ้ะ 555

#4 By พินสะดุ่ย on 2009-02-27 17:26

รู้จักกันมากับแฮรรี่ 8 ปีแล้ว

หยิบมาอ่านได้เรื่อยๆ
บางครั้งต้องบอกตัวเองว่า อย่าอ่านบ่อย เดี๋ยวจะเบื่อนะ
ถ้าเบื่อก็น่าเสียดายใช่มะbig smile

#5 By wine under locker on 2009-02-27 17:50

งดงามอย่างสุดยอดเลยครับ อยากได้มั่งเน้อออ สวยดีนะครับ
ผมก็ชอบอ่านแฮรี่นะครับ แต่ไม่มีตังค์ซื้อ
ต้องยืมคนอื่นอ่านหน่ะ พออ่านแล้วสี่จบไป... เวนแล้ว ไม่มีเพื่อนคนไหนมีเล่ม 5 เลย อุแว้แง้ๆ หลังจากนั้นก็ไม่ได้อ่านเลยopen-mounthed smile

ปล.แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยไม่ชอบอ่านหนังสือเลยหละ

#6 By ไอ้ไทม์ on 2009-02-27 19:36

7 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2545
อยากได้เหมือนกัน สวยๆ confused smile
10ปี~


นานมากมาย =A=;;


โฮกกกก



ได้อ่านไปตอนประถม โฮะ ตอนนี้มัธยมปลายล้ายังมิวายจะหามาชม


#8 By DividedS_Stardust on 2009-02-27 23:23

จำได้ว่าตอนเด็กๆอยากอ่านแฮร์รี่มาก จนแม่ซื้อให้เป็นของขวัญที่สอบได้เกรด 4.00

แต่แม่ดันซื้อมาผิดเล่มนี่สิ ซื้อห้องแห่งความลับมาให้อ่าน

แทนที่จะชอบเลยกลายเป็นไม่ชอบไปเลย งงว่ามันอะไรของมันเนี่ย??

มาอ่านอีกทีตอนป. 5 ล่ะมั้ง?

จำได้ว่าเคยลองทำสถิติอ่านห้าเล่มให้หนึ่งสัปดาห์(ที่กำลังจะสอบ) ตอนป.6 ไว้ด้วย

ช่วงนั้นบ้ามากเลย confused smile confused smile

#9 By Prae on 2009-02-28 00:23

sad smile

#10 By DeepSnowzIndy on 2009-02-28 14:34

โอ้ว้าว รวบรวมเป็นคอลเลคชั่นเลยแฮะ บางอันไม่เคยเห็น ^^

แรกๆก็ไม่คิดเหมือนกันนะว่าจะอ่านเรื่องนี้ แต่พออ่านเล่มแรกก็ติด ไปๆมาๆก็อ่านจนจบจนได้ 555

#11 By wein on 2009-02-28 17:03

โอ้ว้าว รวบรวมเป็นคอลเลคชั่นเลยแฮะ บางอันไม่เคยเห็น ^^

แรกๆก็ไม่คิดเหมือนกันนะว่าจะอ่านเรื่องนี้ แต่พออ่านเล่มแรกก็ติด ไปๆมาๆก็อ่านจนจบจนได้ 555

#12 By wein on 2009-02-28 17:03

มีใจให้เฮอไมโอนี่

#13 By ฟ้าใส on 2009-02-28 23:52

สวยทั้งปกในปกนอกเลยคะ
เจเควาดรูปเก่งเลยทีเดียว ใช้ได้ๆ อย่างรูปที่อยู่ในหนังสือบีเดิลก็ดูดีนะ
แต่เราว่ามีรูปน้อยไปหน่อย

#14 By bentie~ on 2009-03-01 14:49

ค้นพบธาตุต่างๆเต็มเลยไง
เช่นฟอสฟอรัส(พี่แกเจอในฉี่ของตัวเอง - -")

แล้วก็ตอนนี้เขาเปลี่ยนโลหะอื่นเป็นทองได้แล้ว
แต่เอาแพลทินัมมาทำง่ายสุด และแพงมาก
เพราะฉะนั้น อย่าเลย - -"

(มันต้องแก้พวก ground floor กับ first floor มะ?)

#15 By TeChNiKoS[9.9796] on 2009-03-01 17:42

ผมเองก็ติดตาม Harry มาตั้งแต่เล่มแรกที่ออกเลย (ฉบับภาษาไทยนะ) หวนคิดดู อืม เวลาผ่านไปเร็วแฮะ ล่าสุดซื้อ เล่มสุดท้าย ฉบับของอังกฤษมา แต่ยังไม่ได้อ่านเลยง่า

#16 By Golf on 2009-03-01 20:29

รู้จักครั้งแรกตอนปี 46 ค่ะ

แอบนาน ฮ่าๆๆ

#17 By คุณพู่ on 2009-03-02 20:23

อืม ก็ตั้งแต่ประถมนี่เน๊อะ

ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วจังเลยหว้าาา

= ====

#18 By SHINA-SEEL on 2009-03-25 13:23

เชื่อไหมว่าเพิ่งจะรู้จัก แฮร์รี่พอตเตอร์ ตอนม.ต้นsad smile
เห็นพี่ชายเอามาอ่านเลยขออ่านมั่ง
ต่อจากนั้นก็ชอบแฮร์รี่มาตลอด เอิ๊กก
ตอนนี้อยู่ม.5 เหอะๆ แต่ก็ไม่ค่อยได้ติดตามหรอก
แต่เห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองตรงที่
จากที่ไม่เคยคิดจะหาหนังสือดีๆมาอ่านหรือ
ไม่ค่อยชอบอ่านกลับกลายเป็น
อยากอ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่สนุกๆconfused smile

PS. ชอบภาพวาดรูปเสนปจัง ลายเส้นสวยดีcry

#19 By KHuN-MiND on 2009-07-26 18:21